Oligio คืออะไร? แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดไขมันแก้ม ลดเหนียงได้จริงไหม?

Oligio คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวจากประเทศเกาหลีใต้ ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่ต่ำ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน สลายไขมัน ลดแก้ม ลดเหนียง กรอบหน้าชัดขึ้น ยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม อิลลูม คลินิก จะพามารู้จัก Oligio แบบเจาะลึก ตั้งแต่หลักการทำงาน มีข้อดี – ข้อเสียอะไรบ้าง? เหมาะกับใคร? ปลอดภัยไหม? ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับเทคโนโลยียกกระชับอื่นๆ ซึ่งติดตามทั้งหมดได้ในบทความนี้ค่ะ

Oligio คืออะไร? 

Oligio คือ เทคโนโลยียกกระชับผิว สลายไขมัน ที่ใช้คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF จากประเทศเกาหลี
ที่ส่งพลังงานลงลึกถึง ชั้นหนังแท้จนถึงชั้นไขมัน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูเต่งตึง แน่นเฟิร์ม และยังกระตุ้นการสลายไขมันใต้ชั้นผิว ลดแก้ม ลดเหนียง เก็บกระเปาะแก้ม ทำให้หน้าเรียว
กรอบหน้าชัด ปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลทันทีหลังทำ 20%

หลักการทำงานของ Oligio 

หลักการทำงานของ Oligio คือ การปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency - RF) ลงสู่ผิวหนังชั้นลึก โดยจะทำงาน 3 ขั้นตอนหลัก

  • ปล่อยพลังงาน RF ลงสู่ผิวชั้นลึก : คลื่น RF จะถูกส่งลงลึกถึง ชั้นหนังแท้ (Dermis) และ
    ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS)
  • สลายไขมันส่วนเกิน (Fat Reduction) : พลังงาน RF ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณ แก้ม เหนียง และกรอบหน้า
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) : กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ และปรับโครงสร้างของคอลลาเจนเดิม

Oligio ดีอย่างไร?

  • Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว ที่ช่วยแก้ 2 ปัญหาผิว คือ ผิวที่หย่อนคล้อยและมีไขมันสะสม
    ได้ในเครื่องเดียว ช่วยให้หน้าเรียวกระชับ ผิวแน่นเฟิร์มขึ้นโดยไม่ต้องฉีด
  • Oligio ใช้คลื่นความถี่ที่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นช่วงความถี่ต่ำและคงที่ ทำให้เกิดความร้อนใต้ชั้นผิวประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส เป็นความร้อนที่เหมาะกับการกระตุ้นและยกกระชับผิว
  • Oligio มีระบบทำความเย็น Cooling Power ที่ปล่อยความเย็นแบบ 5 Cooling Pulses
    เพื่อลดความเจ็บและป้องกันผิวเบิร์นขณะทำ ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนสะสม ทำให้ผิวไม่ระคายเคือง 
  • หัวยิง หรือหัว Tip ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและจำนวนช็อต สามารถแบ่งทำได้
  • เห็นผลลัพธ์หลังทำทันที 20% และอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน

Oligio ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรบ้าง?

  •  ช่วยยกกระชับผิวหน้า ลดความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น
  •  ช่วยลดริ้วรอยและร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ริ้วรอยรอบดวงตา และหน้าผาก
  •  ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น
  •  ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นดีขึ้น
  •  ช่วยลดความมันและกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและสดใสขึ้น 

เปรียบเทียบ Oligio กับ Thermage ต่างกันอย่างไร?

 Oligio และ Thermage ต่างก็ใช้คลื่นพลังงานวิทยุ (Radio Frequency-RF) เพื่อยกกระชับผิวหน้า
โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่ อิลลูมคลินิก เรามี Oligio เหตุผลคือคุณหมอไม่ต้องการให้คนไข้รู้สึกเจ็บเกินไป ในขณะที่ทั้งสองเครื่องใช้พลังงานเดียวกันและ
เห็นผลลัพธ์คล้ายๆกันค่ะ

ตารางเปรียบเทียบ Oligio กับ Thermage

โปรแกรม

Oligio

พลังงาน
Monopolar RF (6.78 MHz)
ประเทศผู้ผลิต
ประเทศเกาหลีใต้ ปี 2020
มาตรฐาน
US.FDA และ อย.
หัวยิง
หัวยิงใบหน้า ขนาด 4 ตร.ซม. (2x2 cm)
หัวยิงรอบดวงตา ขนาด 0.25 ตร.ซม. (0.5x0.5 cm)
จุดเด่น
  • ยกกระชับและสลายไขมันได้ในเครื่องเดียว
  • ลดกระเปาะแก้ม ลดเหนียง หน้าเรียว
  • ลดถุงใต้ตา ยกหางตา
  • แผ่วแน่น รูขุมขนกระชับ กรอบหน้าชัด
  • กระตุ้นคอลลาเจน ผิวเรียบเนียน
  • สลายไขมันเก่าได้ดี ช่วยลดสัดส่วน
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา
ผิวหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง กรอบหน้าไม่ชัด
ระดับความเจ็บ
น้อย - ปานกลาง
ระยะเวลาการรักษา
20 – 30 นาที
ระยะเวลาเห็นผล
เห็นผลทันทีหลังทำ 20% ชัดเจนใน 3 – 6 เดือน
อยู่ได้นาน
6 – 12 เดือน
โปรแกรม

Thermage FLX

พลังงาน
Monopolar RF (6.78 MHz)
ประเทศผู้ผลิต
ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2018
มาตรฐาน
US.FDA และ อย.
หัวยิง
หัวยิง (Tip) ชนิดใช้ครั้งเดียว หัวยิงใบหน้า 4 ตร.ซม. มีขนาด 300, 600, 900 Shot
หัวยิงรอบดวงตา 0.25 ตร.ซม.
หัวใช้ยิงบริเวณร่างกาย 16 ตร.ซม.
จุดเด่น
  • ยกกระชับและสลายไขมันได้ในเครื่องเดียว
  • ลดกระเปาะแก้ม ลดเหนียง หน้าเรียว
  • กระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวเต่งตึง
  • สลายไขมันเก่าได้ดี ช่วยลดสัดส่วน
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา
ผิวย้วยไม่กระชับ ไขมันใต้ชั้นผิวเยอะ มีริ้วรอยมาก
ระดับความเจ็บ
ปานกลาง - มาก
ระยะเวลาการรักษา
40 – 90 นาที
ระยะเวลาเห็นผล
เห็นผลทันทีหลังทำ 20% ชัดเจนใน 2 – 3 เดือน
อยู่ได้นาน
1 – 2 ปี

พลังงานและความลึก

Oligio ส่งพลังงานลงลึกได้ประมาณ 3 มิลลิเมตร ถึงชั้นหนังแท้(dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว เหมาะกับการยกกระชับผิวหน้าแบบอ่อนโยน ในขณะที่ Thermage ยิงพลังงานลงได้ลึกถึง 4.3 มิลลิเมตร ถึงชั้นหนังกำพร้า หนังแท้ และชั้นไขมัน

ความรู้สึกระหว่างทำ

Oligio จะทำให้รู้สึกอุ่นๆ บริเวณผิวซึ่งจะมีความรู้สึกเจ็บน้อยกว่า Thermage เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง ในขณะที่ Thermage อาจจะรู้สึกเจ็บมากกว่า โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางหรือ
จุดที่มีเส้นประสาท

ผลลัพธ์

Oligio และ Thermage เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ 20% โดยที่ Oligio จะเห็นผลชัดเจนขึ้นในระยะเวลา
3 - 6 เดือน และคงผลลัพธ์ได้นาน 6 – 12 เดือน ส่วน Thermage จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลา 2 – 3 เดือน และสามารถคงผลลัพธ์ได้นานถึง 1-2 ปี

สรุปความต่าง Oligio กับ Thermage

Oligio: โดดเด่นในด้านการกระจายพลังงานสม่ำเสมอ ทำให้ผิวไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ และเหมาะสำหรับ
การทำในพื้นที่กว้าง เช่น กรอบหน้า หน้าผาก และลำคอ

Thermage: มีหัวยิงให้เลือกใช้เยอะกว่า พลังงานสูงกว่า Oligio จึงเห็นผลชัดและนานกว่า โดยเฉพาะ
ในเรื่องการยกกระชับหน้า ลดผิวหย่อนคล้อย เช่น รอบดวงตา และบริเวณที่มีไขมันใต้ผิวหนังมาก

Oligio กับ Oligio X ต่างกันอย่างไร

Oligio เป็นรุ่นมาตรฐาน และมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เป็น Oligio X เพื่อให้เห็น
ความแตกต่าง ทาง อิลลูมคลินิก ได้สรุปความแตกต่างทั้งสองรุ่นไว้ในตารางด้านล่าง ดังนี้ค่ะ 

ตารางเปรียบเทียบ Oligio กับ Oligio X 

โปรแกรม

Oligio

เทคโนโลยีการให้ความร้อน
โหมดเดียว (Single Mode) ให้ความร้อนในระดับความลึกเดียว
พลังงาน
พลังงาน Monopolar RF กำลังปานกลางถึงสูง ลงลึกถึงชั้นไขมันและสลายไขมันแบบไม่เจ็บ
ระบบทำความเย็น
Cooling Power ที่ปล่อยความเย็นแบบ 5 Cooling Pulses เพื่อลดความเจ็บและป้องกันผิวเบิร์นขณะทำ ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนสะสม ทำให้ผิวไม่ระคายเคือง
จุดเด่น
  • ลดไขมัน
  • เก็บแก้มเหนียง
  • ปรับรูปหน้าเรียว
เหมาะกับใคร
ผู้ที่มีเบบี้แฟต หน้ากลม ต้องการให้หน้าเรียวกระชับ
ผลลัพธ์หลังทำ
หลังทำทันที 20-30%
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
6 – 12 เดือน
โปรแกรม

Oligio X

เทคโนโลยีการให้ความร้อน
GXG Dual Mode สามารถสลับการให้พลังงานได้ทั้งชั้นตื้น (G Mode) และชั้นลึก (X Mode) ทำให้กระตุ้นผิวได้ครอบคลุม
พลังงาน
พลังงานสูงสุดถึง 400W ซึ่งสูงกว่าเดิมทำให้ลงลึกและเห็นผลชัดเจนกว่า
ระบบทำความเย็น
Intensive Cooling System ปล่อยความเย็นมากกว่าเดิม 2.25 เท่า และทำงานแบบ Real-Time ช่วยลดความร้อนและสบายผิวขณะทำ
จุดเด่น
  • ลดไขมันได้ทั่วใบหน้า
  • ผิวแน่นตึง
  • ให้หน้าเรียวเล็ก
เหมาะกับใคร
ผู้ที่หน้ากลม มีไขมันเยอะ หน้าหย่อน ผิวย้วย ผิวหลวม ต้องการลดไขมันให้หน้าเรียวเล็ก
ผลลัพธ์หลังทำ
หลังทำทันที 30%
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
8 – 12 เดือน

Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Oligio คือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถยกกระชับได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยบริเวณที่ได้รับความนิยมมี ดังนี้

บริเวณใบหน้า

  • หน้าผากและรอบดวงตา
  • แก้มและโหนกแก้ม
  • กรอบหน้าและขากรรไกร
  • ใต้คางและบริเวณเหนียง

บริเวณลำคอและคอ

  • ลำคอส่วนหน้า
  • ลำคอส่วนข้าง
  • รอยพับคอ

บริเวณร่างกาย

  • ต้นแขนที่มีผิวหย่อนคล้อย
  • หน้าท้องที่มีผิวหย่อนหรือมีไขมันส่วนเกิน
  • สะโพกและต้นขา

Oligio เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 ปีขึ้นไป ต้องการชะลอความเสื่อมของผิว
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และมีความเสี่ยงต่ำ
  • ผู้กลัวเจ็บ กลัวมีรอยแผลเป็น
  • ผู้ที่มีเวลาจำกัด เนื่องจากใช้เวลาทำเพียง 20-30 นาที และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นสนใจเรื่องการดูแลผิว ต้องการทดลองหัตถการที่มีความเสี่ยงต่ำ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชาหรือกังวลเรื่องการใช้ยาชา เพราะ Oligio ไม่จำเป็นต้องทายาชาก่อนทำ
  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวแดง ไวต่อการระคายเคือง

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำ Oligio ?

  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคผิวหนังเฉพาะที่ เช่น โรคสะเก็ดเงิน, โรคเริม หรือการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง
  • ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือโลหะฝังอยู่บริเวณที่ทำ
    การรักษา
  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรังรุนแรง เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคหัวใจขั้นรุนแรง
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants)
  • ผู้ที่เพิ่งได้รับการทำหัตถการทางความงามอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน เช่น การฉีดฟิลเลอร์
    หรือโบท็อกซ์ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์

Oligio เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และผู้ที่ต้องการป้องกันปัญหาผิว
ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก ผิวไม่กระชับ รู้สึกผิวหลวม อาจเลือกทำ Ulthera ที่ให้ผลลัพธ์ด้านนี้ดีว่าค่ะ

ขั้นตอนการทำ Oligio

การเตรียมตัวก่อนทำ

  • ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิว ความเหมาะสม จำนวนช็อตในการทำ Oligio
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และหัตถการเสริมความงามที่เคยทำมาก่อนหน้า
  • แจ้งความคาดหวังและเป้าหมายที่ต้องการจากการทำ Oligio 
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด เช่น AHA,BHA, Retinol หรือสารที่ทำให้ผิวบางลง
    อย่างน้อย 3-5 วัน ก่อนทำการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการอาบแดดหรือใช้เครื่องอบผิวอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนทำการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการทำทรีทเมนต์ยกกระชับผิวอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนทำการรักษา
  • ถ้าหากมีการฉีด Botox หรือ Filler ในบริเวณที่จะรักษาด้วย Oligio ควรรอให้ครบ 2 สัปดาห์ก่อนถึงจะทำการรักษาด้วย Oligio ได้ค่ะ

ขั้นตอนการทำ 

  • ทำความสะอาดผิวหน้า โดยผู้ช่วยแพทย์ 
  • ถ่ายรูปก่อนทำการรักษา เพื่อเปรียบเทียบหลีงทำการรักษา
  • อิลลูมคลินิค จะมีการมาร์คยาชาให้คนไข้ทุกเคส ประมาณ 30-45 นาที หรือหากคนไข้ไม่ต้องการมาร์คยาชาแจ้งได้เลยค่ะ
  • ครบเวลา เช็ดยาชา เครื่อง Oligio จะมีการแปะแผ่นสื่อบริเวณหลังเพื่อเชื่อมกับเครื่อง ระหว่างที่เครื่องทำงาน
  • แพทย์จะวิเคราะห์สภาพผิว และกำหนดพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิว
  • เริ่มการทำ จะมีการทาเจลพิเศษที่ช่วยนำคลื่นวิทยุบนผิวบริเวณที่ทำการรักษา และแพทย์ใช้หัวเครื่อง Oligio ที่มีระบบทำความเย็นและระบบสั่นวางบนผิวที่ทำการรักษา
  • คนไข้จะรู้สึกอุ่นๆ สลับกับความเย็นจากระบบทำความเย็น แต่ไม่เจ็บปวด
  • เมื่อทำเสร็จครึ่งหน้า มีการให้ดูกระจกเพื่อดูผลลัพธ์ครึ่งหน้า และทำต่ออีกครึ่งหน้าให้เสร็จ
  • เมื่อทำครบจำนวนช็อต ผู้ช่วยจะเช็ดเจลบนใบหน้าออกให้สะอาด และทาครีบบำรุง กันแดด
  • ถ่ายรูปหลังทำเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์

การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การดูแลหลังทำ Oligio ไม่มีกำหนดตายตัวสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่ง อิลลูมคลินิค
มีแนะนำเพิ่มเติม ดังนี้

  • ควรทาครีมกันแดดทุกวันสม่ำเสมอ หรือทุกครั้งที่ออกแดด เพื่อป้องกันแสงแดดทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว
  • หากมีสภาพผิวที่ระคายเคืองง่าย หลีกเลี่ยงการสครับผิวหลังทำการรักษาประมาณ 5-7 วัน เพราะจะทำให้ระคายเคืองมากกว่าเดิม
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 2-3 ลิตร/วัน เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นฟูผิว
  • งดสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากทำลายคอลลาเจน

ข้อดีและข้อเสียของการทำ Oligio 

ข้อดีของการทำ oligio 

  • มีระบบทำความเย็นที่ 5 องศาเซลเซียส ทำให้ช่วยลดความรู้สึกร้อนและเจ็บขณะทำ 
  • ไม่ทายาชาก็ได้ แต่ทาง อิลลูมคลินิค ทาให้คนไข้ทุกเคสค่ะ
  • ทำได้หลายยบริเวณของร่างกาย ทั้งใบหน้า คอ แขน และลำตัว
  • ใช้เวลาการทำไม่นาน ประมาณ 30-40 นาที/ครั้ง
  • ไม่มีดาวน์ไทม์ หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ไม่ต้องพักฟื้น
  • เห็นผลลัพธ์ กระชับทันทีหลังทำ ประมาณ 20% และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2-3 เดือนหลังทำ
  • สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่นๆ ได้ เช่น Ulthera, Ultrafomer III, Botox, filler, งานผิวอื่นๆ
  • ปลอดภัยเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

ข้อเสียของการทำ Oligio

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ต้องทำซ้ำเป็นระยะ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ต่อเนื่อง
  • มีประสิทธิภาพน้อยกว่า Thermage หรือ Ulthera ในการยกกระชับผิว
  • ไม่เหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แก้มตก หน้าห้อยชัด
  • ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจเห็นผลชัดเจนกว่า ในขณะที่บางคนอาจเห็นผลน้อยกว่า

ความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่ควรรู้

ความปลอดภัยของการทำ Oligio 

Oligio มีความปลอดภัยสูง เพราะคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่ใช้ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสากล ตัวเครื่องไม่ทำร้ายผิวหนัง จึงไม่มีความเสี่ยงหรือเกิดแผลเป็นเหมือนการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการเลือกคลินิก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เครื่อง Oligio แท้ รวมถึงการตรวจสอบประวัติและความเหมาะสมของคนไข้แต่ละรายก่อนทำหัตถการ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  • มีรอยแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ จะหายได้เองภายใน 1 - 2 ชั่วโมง
  • ผิวตึงหรือชาเล็กน้อย อาการจะหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง
  • อาการระคายเคืองหรืออุ่นบริเวณที่ทำ จะหายได้เองใน 2 – 3 ชั่วโมง
  • บวมเล็กน้อย โดยเฉพาะรอบดวงตาหรือริมฝีปาก จะหายได้เองใน 1 - 2 ชั่วโมง
  • อาจเกิดรอยช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่ผิวบอบบาง หายได้เองภายใน 5 – 7 วัน
  • อาจมีอาการผิวแห้งตึงในช่วง 1 - 2 วันหลังทำ 

วิธีการดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันผลข้างเคียง

  • ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไป ทุกครั้งที่ออกจากบ้านหรือเจอแสงแดด
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิวหรือสารเคมีแรง ๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำการรักษาด้วย oligio 
  • ดื่มน้ำมากๆ 2 - 3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน

ทำ Oligio ที่ไหนดี?

การทำ Oligio ให้เห็นผลชัด ปลอดภัย ใช้เครื่องแท้ ควรเลือกทำในคลินิกที่มีมาตรฐาน ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทางที่ชำนาญการและผ่านการเทรนนิ่ง อิลลูมมีข้อแนะนำให้สังเกตคลินิกก่อนเข้ารับการรักษา ดังนี้ 

  • มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และใบอนุญาตการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการในบริเวณที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน จากกระทรวงสาธารณสุข
  • แพทย์ที่ให้การรักษาในคลินิกเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ มีประสบการณ์ สามารถเช็กจากฐานข้อมูลแพทย์สภา Website : https:://checkmd.tmc.or.th/
  • ตรวจสอบเครื่อง Oligio แท้และรายชื่อคลินิกที่ซื้อเครื่องจากบริษัทที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์จากเกาหลีโดยตรง ได้ที่ https://wontech-asia.com/  เลือกเมนู ค้นหาคลินิก
  • แพทย์ผานการเทรนนิ่ง การใช้เครื่อง Oligio มีใบประกาศ Certificate รับรองจากบริษัทผู้ผลิต Oligio ติดในบริเวณคลินิกที่มองเห็นชัดเจน 
  • คลินิกที่มีที่ตั้งชัดเจนเป็นหลักแหล่ง สะอาด ปลอดโปรง พร้อมให้บริการ
  • คลินิกมีการนัดติดตามผลหลังทำ

โปรโมชั่น Oligio 

(กราฟฟิกราคา Oligio)

คำถามที่พบบ่อย

ทำ Oligio เจ็บไหม? แสบผิวไหม?

ระหว่างการรักษาและหลังทำ Oligio จะไม่รู้สึกเจ็บเจ็บหรือแสบผิวและหลังทำเสร็จใบหน้าจะรู้สึกอุ่นๆ ตึงเล็กน้อย แต่ไม่ระบบ ไม่บวม ไม่ช้ำ เพราะ Oligio ใช้คลื่นพลังงานคงที่ มีเทคโนโลยีตรวจจับอุณหภูมิ และระบบ Cooling System คนไข้ที่เข้ารับการรักษาจะไม่รู้สึกระคายเคืองผิวหน้าระหว่างทำ และไม่มีอาการแทรกซ้อนหลังทำด้วย

ทำ Oligio ครั้งเดียวอยู่ถาวรไหม?

ผลลัพธ์หลังทำ Oligio ไม่อยู่ถาวร แต่การทำ Oligio 1 ครั้งตามจำนวนช็อตที่แพทย์แนะนำผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือน แนะนำให้ทำกระตุ้นทุก ๆ 6 เดือน ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 8 – 12 เดือน

Oligio ดีไหม? 

Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับการยอมรับว่าให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผ็ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและปลอดภัย

ทำ Oligio ร่วมกับหัตถการอื่นๆ ได้ไหม? 

สามารถทำร่วมกันได้ แต่ควรเว้นระยะห่างที่เหมาะสม โดยทั่วไปเว้นประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีด Botox หรือ Filler และ 1 เดือนหลังการทำเลเซอร์หรือหัตถการที่มีผลต่อผิวหนัง ทั้งนี้หากต้องการทำเครื่องพร้อมกันได้หรือเครื่องและฉีดได้โดยเริ่มทำเครื่องก่อนค่อยฉีดค่ะ

คนไข้มีหนวดทำ Oligio ได้ไหม?

สำหรับคนไข้ที่มีหนวด หรือหนวดค่อนข้างหนา แนะนำให้ลูกค้าโกนหนวดมาก่อน เพราะหนวดจะทำให้หัวทิป (หัวที่ยิงพลังงาน) ไม่แนบผิว รวมถึงหนวดจะสะสมความร้อนได้มาก อาจจะทำให้ระคายเคืองผิวได้

ใครไม่ควรทำ Oligio 

  • ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ Pacemaker 
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีโลหะบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือดและการแข็งตัวของเลือด
  • ถ้าหากเคยได้รับการผ่าตัดบริเวณใบหน้า ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 – 12 เดือน
  • ผู้ที่ร้อยไหมชนิดโลหะบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่มีความผิดปกติในการรับความรู้สึก

สรุป Oligio ดีไหม? คุ้มค่าไหม?

หากคนไข้ต้องการยกกระชับผิวที่ปลอดภัย เจ็บน้อย และเห็นผลชัด รวดเร็ว Oligio ถือว่าเนตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติค่ะ

แต่ถ้าหากคนไข้มีผิวหย่อนคล้อยมากๆ ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานกว่า แนะนำเทคโนโลยีกระชับผิวอื่น ๆ เช่น Ulthera, Ultraformer III อาจจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนไข้มากกว่า 

อย่างไรก็ตามแนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการและปลอดภัย เห็นผลชัดเจน หรือเข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำกับคุณหมอที่ อิลลูมคลินิก ก่อนได้ค่ะ ปรึกษาและประเมินสภาพผิวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

VISIT ILLUM AT
OUR LOCATION
518/3, 9 Fl Maneeya North building,
Pleonchit road, Lumpini,
Pathumwan, Bangkok 10330,
Get Direction
+66 90 994 9499
Map to ILLUM