Oligio คืออะไร?
Oligio คือ เทคโนโลยียกกระชับผิว สลายไขมัน ที่ใช้คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF จากประเทศเกาหลี
ที่ส่งพลังงานลงลึกถึง ชั้นหนังแท้จนถึงชั้นไขมัน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูเต่งตึง แน่นเฟิร์ม และยังกระตุ้นการสลายไขมันใต้ชั้นผิว ลดแก้ม ลดเหนียง เก็บกระเปาะแก้ม ทำให้หน้าเรียว
กรอบหน้าชัด ปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลทันทีหลังทำ 20%
หลักการทำงานของ Oligio
หลักการทำงานของ Oligio คือ การปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency - RF) ลงสู่ผิวหนังชั้นลึก โดยจะทำงาน 3 ขั้นตอนหลัก
- ปล่อยพลังงาน RF ลงสู่ผิวชั้นลึก : คลื่น RF จะถูกส่งลงลึกถึง ชั้นหนังแท้ (Dermis) และ
ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) - สลายไขมันส่วนเกิน (Fat Reduction) : พลังงาน RF ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณ แก้ม เหนียง และกรอบหน้า
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) : กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ และปรับโครงสร้างของคอลลาเจนเดิม
Oligio ดีอย่างไร?
- Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว ที่ช่วยแก้ 2 ปัญหาผิว คือ ผิวที่หย่อนคล้อยและมีไขมันสะสม
ได้ในเครื่องเดียว ช่วยให้หน้าเรียวกระชับ ผิวแน่นเฟิร์มขึ้นโดยไม่ต้องฉีด - Oligio ใช้คลื่นความถี่ที่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นช่วงความถี่ต่ำและคงที่ ทำให้เกิดความร้อนใต้ชั้นผิวประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส เป็นความร้อนที่เหมาะกับการกระตุ้นและยกกระชับผิว
- Oligio มีระบบทำความเย็น Cooling Power ที่ปล่อยความเย็นแบบ 5 Cooling Pulses
เพื่อลดความเจ็บและป้องกันผิวเบิร์นขณะทำ ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนสะสม ทำให้ผิวไม่ระคายเคือง - หัวยิง หรือหัว Tip ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและจำนวนช็อต สามารถแบ่งทำได้
- เห็นผลลัพธ์หลังทำทันที 20% และอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
Oligio ช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องอะไรบ้าง?
- ช่วยยกกระชับผิวหน้า ลดความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น
- ช่วยลดริ้วรอยและร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ริ้วรอยรอบดวงตา และหน้าผาก
- ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นดีขึ้น
- ช่วยลดความมันและกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและสดใสขึ้น
เปรียบเทียบ Oligio กับ Thermage ต่างกันอย่างไร?
Oligio และ Thermage ต่างก็ใช้คลื่นพลังงานวิทยุ (Radio Frequency-RF) เพื่อยกกระชับผิวหน้า
โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่ อิลลูมคลินิก เรามี Oligio เหตุผลคือคุณหมอไม่ต้องการให้คนไข้รู้สึกเจ็บเกินไป ในขณะที่ทั้งสองเครื่องใช้พลังงานเดียวกันและ
เห็นผลลัพธ์คล้ายๆกันค่ะ
ตารางเปรียบเทียบ Oligio กับ Thermage
พลังงานและความลึก
Oligio ส่งพลังงานลงลึกได้ประมาณ 3 มิลลิเมตร ถึงชั้นหนังแท้(dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว เหมาะกับการยกกระชับผิวหน้าแบบอ่อนโยน ในขณะที่ Thermage ยิงพลังงานลงได้ลึกถึง 4.3 มิลลิเมตร ถึงชั้นหนังกำพร้า หนังแท้ และชั้นไขมัน
ความรู้สึกระหว่างทำ
Oligio จะทำให้รู้สึกอุ่นๆ บริเวณผิวซึ่งจะมีความรู้สึกเจ็บน้อยกว่า Thermage เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บหรือผู้ที่มีผิวบอบบาง ในขณะที่ Thermage อาจจะรู้สึกเจ็บมากกว่า โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางหรือ
จุดที่มีเส้นประสาท
ผลลัพธ์
Oligio และ Thermage เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ 20% โดยที่ Oligio จะเห็นผลชัดเจนขึ้นในระยะเวลา
3 - 6 เดือน และคงผลลัพธ์ได้นาน 6 – 12 เดือน ส่วน Thermage จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลา 2 – 3 เดือน และสามารถคงผลลัพธ์ได้นานถึง 1-2 ปี
สรุปความต่าง Oligio กับ Thermage
Oligio: โดดเด่นในด้านการกระจายพลังงานสม่ำเสมอ ทำให้ผิวไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ และเหมาะสำหรับ
การทำในพื้นที่กว้าง เช่น กรอบหน้า หน้าผาก และลำคอ
Thermage: มีหัวยิงให้เลือกใช้เยอะกว่า พลังงานสูงกว่า Oligio จึงเห็นผลชัดและนานกว่า โดยเฉพาะ
ในเรื่องการยกกระชับหน้า ลดผิวหย่อนคล้อย เช่น รอบดวงตา และบริเวณที่มีไขมันใต้ผิวหนังมาก
Oligio กับ Oligio X ต่างกันอย่างไร
Oligio เป็นรุ่นมาตรฐาน และมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เป็น Oligio X เพื่อให้เห็น
ความแตกต่าง ทาง อิลลูมคลินิก ได้สรุปความแตกต่างทั้งสองรุ่นไว้ในตารางด้านล่าง ดังนี้ค่ะ
ตารางเปรียบเทียบ Oligio กับ Oligio X
Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Oligio คือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถยกกระชับได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยบริเวณที่ได้รับความนิยมมี ดังนี้
บริเวณใบหน้า
- หน้าผากและรอบดวงตา
- แก้มและโหนกแก้ม
- กรอบหน้าและขากรรไกร
- ใต้คางและบริเวณเหนียง
บริเวณลำคอและคอ
- ลำคอส่วนหน้า
- ลำคอส่วนข้าง
- รอยพับคอ
บริเวณร่างกาย
- ต้นแขนที่มีผิวหย่อนคล้อย
- หน้าท้องที่มีผิวหย่อนหรือมีไขมันส่วนเกิน
- สะโพกและต้นขา
Oligio เหมาะกับใครบ้าง?
- ผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 ปีขึ้นไป ต้องการชะลอความเสื่อมของผิว
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และมีความเสี่ยงต่ำ
- ผู้กลัวเจ็บ กลัวมีรอยแผลเป็น
- ผู้ที่มีเวลาจำกัด เนื่องจากใช้เวลาทำเพียง 20-30 นาที และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นสนใจเรื่องการดูแลผิว ต้องการทดลองหัตถการที่มีความเสี่ยงต่ำ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชาหรือกังวลเรื่องการใช้ยาชา เพราะ Oligio ไม่จำเป็นต้องทายาชาก่อนทำ
- ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวแดง ไวต่อการระคายเคือง
ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำ Oligio ?
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคผิวหนังเฉพาะที่ เช่น โรคสะเก็ดเงิน, โรคเริม หรือการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง
- ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือโลหะฝังอยู่บริเวณที่ทำ
การรักษา - หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรังรุนแรง เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคหัวใจขั้นรุนแรง
- ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants)
- ผู้ที่เพิ่งได้รับการทำหัตถการทางความงามอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน เช่น การฉีดฟิลเลอร์
หรือโบท็อกซ์ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์
Oligio เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และผู้ที่ต้องการป้องกันปัญหาผิว
ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก ผิวไม่กระชับ รู้สึกผิวหลวม อาจเลือกทำ Ulthera ที่ให้ผลลัพธ์ด้านนี้ดีว่าค่ะ
ขั้นตอนการทำ Oligio
การเตรียมตัวก่อนทำ
- ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิว ความเหมาะสม จำนวนช็อตในการทำ Oligio
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และหัตถการเสริมความงามที่เคยทำมาก่อนหน้า
- แจ้งความคาดหวังและเป้าหมายที่ต้องการจากการทำ Oligio
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด เช่น AHA,BHA, Retinol หรือสารที่ทำให้ผิวบางลง
อย่างน้อย 3-5 วัน ก่อนทำการรักษา - หลีกเลี่ยงการอาบแดดหรือใช้เครื่องอบผิวอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนทำการรักษา
- หลีกเลี่ยงการทำทรีทเมนต์ยกกระชับผิวอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนทำการรักษา
- ถ้าหากมีการฉีด Botox หรือ Filler ในบริเวณที่จะรักษาด้วย Oligio ควรรอให้ครบ 2 สัปดาห์ก่อนถึงจะทำการรักษาด้วย Oligio ได้ค่ะ
ขั้นตอนการทำ
- ทำความสะอาดผิวหน้า โดยผู้ช่วยแพทย์
- ถ่ายรูปก่อนทำการรักษา เพื่อเปรียบเทียบหลีงทำการรักษา
- อิลลูมคลินิค จะมีการมาร์คยาชาให้คนไข้ทุกเคส ประมาณ 30-45 นาที หรือหากคนไข้ไม่ต้องการมาร์คยาชาแจ้งได้เลยค่ะ
- ครบเวลา เช็ดยาชา เครื่อง Oligio จะมีการแปะแผ่นสื่อบริเวณหลังเพื่อเชื่อมกับเครื่อง ระหว่างที่เครื่องทำงาน
- แพทย์จะวิเคราะห์สภาพผิว และกำหนดพลังงานที่เหมาะสมกับสภาพผิว
- เริ่มการทำ จะมีการทาเจลพิเศษที่ช่วยนำคลื่นวิทยุบนผิวบริเวณที่ทำการรักษา และแพทย์ใช้หัวเครื่อง Oligio ที่มีระบบทำความเย็นและระบบสั่นวางบนผิวที่ทำการรักษา
- คนไข้จะรู้สึกอุ่นๆ สลับกับความเย็นจากระบบทำความเย็น แต่ไม่เจ็บปวด
- เมื่อทำเสร็จครึ่งหน้า มีการให้ดูกระจกเพื่อดูผลลัพธ์ครึ่งหน้า และทำต่ออีกครึ่งหน้าให้เสร็จ
- เมื่อทำครบจำนวนช็อต ผู้ช่วยจะเช็ดเจลบนใบหน้าออกให้สะอาด และทาครีบบำรุง กันแดด
- ถ่ายรูปหลังทำเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การดูแลหลังทำ Oligio ไม่มีกำหนดตายตัวสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่ง อิลลูมคลินิค
มีแนะนำเพิ่มเติม ดังนี้
- ควรทาครีมกันแดดทุกวันสม่ำเสมอ หรือทุกครั้งที่ออกแดด เพื่อป้องกันแสงแดดทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว
- หากมีสภาพผิวที่ระคายเคืองง่าย หลีกเลี่ยงการสครับผิวหลังทำการรักษาประมาณ 5-7 วัน เพราะจะทำให้ระคายเคืองมากกว่าเดิม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 2-3 ลิตร/วัน เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นฟูผิว
- งดสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากทำลายคอลลาเจน
ข้อดีและข้อเสียของการทำ Oligio
ข้อดีของการทำ oligio
- มีระบบทำความเย็นที่ 5 องศาเซลเซียส ทำให้ช่วยลดความรู้สึกร้อนและเจ็บขณะทำ
- ไม่ทายาชาก็ได้ แต่ทาง อิลลูมคลินิค ทาให้คนไข้ทุกเคสค่ะ
- ทำได้หลายยบริเวณของร่างกาย ทั้งใบหน้า คอ แขน และลำตัว
- ใช้เวลาการทำไม่นาน ประมาณ 30-40 นาที/ครั้ง
- ไม่มีดาวน์ไทม์ หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ไม่ต้องพักฟื้น
- เห็นผลลัพธ์ กระชับทันทีหลังทำ ประมาณ 20% และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2-3 เดือนหลังทำ
- สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่นๆ ได้ เช่น Ulthera, Ultrafomer III, Botox, filler, งานผิวอื่นๆ
- ปลอดภัยเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
ข้อเสียของการทำ Oligio
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ต้องทำซ้ำเป็นระยะ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ต่อเนื่อง
- มีประสิทธิภาพน้อยกว่า Thermage หรือ Ulthera ในการยกกระชับผิว
- ไม่เหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แก้มตก หน้าห้อยชัด
- ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจเห็นผลชัดเจนกว่า ในขณะที่บางคนอาจเห็นผลน้อยกว่า
ความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่ควรรู้
ความปลอดภัยของการทำ Oligio
Oligio มีความปลอดภัยสูง เพราะคลื่นวิทยุ Monopolar RF ที่ใช้ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสากล ตัวเครื่องไม่ทำร้ายผิวหนัง จึงไม่มีความเสี่ยงหรือเกิดแผลเป็นเหมือนการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการเลือกคลินิก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เครื่อง Oligio แท้ รวมถึงการตรวจสอบประวัติและความเหมาะสมของคนไข้แต่ละรายก่อนทำหัตถการ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
- มีรอยแดงเล็กน้อยบริเวณที่ทำ จะหายได้เองภายใน 1 - 2 ชั่วโมง
- ผิวตึงหรือชาเล็กน้อย อาการจะหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง
- อาการระคายเคืองหรืออุ่นบริเวณที่ทำ จะหายได้เองใน 2 – 3 ชั่วโมง
- บวมเล็กน้อย โดยเฉพาะรอบดวงตาหรือริมฝีปาก จะหายได้เองใน 1 - 2 ชั่วโมง
- อาจเกิดรอยช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่ผิวบอบบาง หายได้เองภายใน 5 – 7 วัน
- อาจมีอาการผิวแห้งตึงในช่วง 1 - 2 วันหลังทำ
วิธีการดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันผลข้างเคียง
- ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไป ทุกครั้งที่ออกจากบ้านหรือเจอแสงแดด
- ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิวหรือสารเคมีแรง ๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำการรักษาด้วย oligio
- ดื่มน้ำมากๆ 2 - 3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน
ทำ Oligio ที่ไหนดี?
การทำ Oligio ให้เห็นผลชัด ปลอดภัย ใช้เครื่องแท้ ควรเลือกทำในคลินิกที่มีมาตรฐาน ให้บริการโดยแพทย์เฉพาะทางที่ชำนาญการและผ่านการเทรนนิ่ง อิลลูมมีข้อแนะนำให้สังเกตคลินิกก่อนเข้ารับการรักษา ดังนี้
- มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และใบอนุญาตการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการในบริเวณที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน จากกระทรวงสาธารณสุข
- แพทย์ที่ให้การรักษาในคลินิกเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ มีประสบการณ์ สามารถเช็กจากฐานข้อมูลแพทย์สภา Website : https:://checkmd.tmc.or.th/
- ตรวจสอบเครื่อง Oligio แท้และรายชื่อคลินิกที่ซื้อเครื่องจากบริษัทที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์จากเกาหลีโดยตรง ได้ที่ https://wontech-asia.com/ เลือกเมนู ค้นหาคลินิก
- แพทย์ผานการเทรนนิ่ง การใช้เครื่อง Oligio มีใบประกาศ Certificate รับรองจากบริษัทผู้ผลิต Oligio ติดในบริเวณคลินิกที่มองเห็นชัดเจน
- คลินิกที่มีที่ตั้งชัดเจนเป็นหลักแหล่ง สะอาด ปลอดโปรง พร้อมให้บริการ
- คลินิกมีการนัดติดตามผลหลังทำ
โปรโมชั่น Oligio
(กราฟฟิกราคา Oligio)
คำถามที่พบบ่อย
ทำ Oligio เจ็บไหม? แสบผิวไหม?
ระหว่างการรักษาและหลังทำ Oligio จะไม่รู้สึกเจ็บเจ็บหรือแสบผิวและหลังทำเสร็จใบหน้าจะรู้สึกอุ่นๆ ตึงเล็กน้อย แต่ไม่ระบบ ไม่บวม ไม่ช้ำ เพราะ Oligio ใช้คลื่นพลังงานคงที่ มีเทคโนโลยีตรวจจับอุณหภูมิ และระบบ Cooling System คนไข้ที่เข้ารับการรักษาจะไม่รู้สึกระคายเคืองผิวหน้าระหว่างทำ และไม่มีอาการแทรกซ้อนหลังทำด้วย
ทำ Oligio ครั้งเดียวอยู่ถาวรไหม?
ผลลัพธ์หลังทำ Oligio ไม่อยู่ถาวร แต่การทำ Oligio 1 ครั้งตามจำนวนช็อตที่แพทย์แนะนำผลลัพธ์คงอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือน แนะนำให้ทำกระตุ้นทุก ๆ 6 เดือน ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 8 – 12 เดือน
Oligio ดีไหม?
Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับการยอมรับว่าให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผ็ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและปลอดภัย
ทำ Oligio ร่วมกับหัตถการอื่นๆ ได้ไหม?
สามารถทำร่วมกันได้ แต่ควรเว้นระยะห่างที่เหมาะสม โดยทั่วไปเว้นประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีด Botox หรือ Filler และ 1 เดือนหลังการทำเลเซอร์หรือหัตถการที่มีผลต่อผิวหนัง ทั้งนี้หากต้องการทำเครื่องพร้อมกันได้หรือเครื่องและฉีดได้โดยเริ่มทำเครื่องก่อนค่อยฉีดค่ะ
คนไข้มีหนวดทำ Oligio ได้ไหม?
สำหรับคนไข้ที่มีหนวด หรือหนวดค่อนข้างหนา แนะนำให้ลูกค้าโกนหนวดมาก่อน เพราะหนวดจะทำให้หัวทิป (หัวที่ยิงพลังงาน) ไม่แนบผิว รวมถึงหนวดจะสะสมความร้อนได้มาก อาจจะทำให้ระคายเคืองผิวได้
ใครไม่ควรทำ Oligio
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ Pacemaker
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีโลหะบริเวณใบหน้า
- ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือดและการแข็งตัวของเลือด
- ถ้าหากเคยได้รับการผ่าตัดบริเวณใบหน้า ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 – 12 เดือน
- ผู้ที่ร้อยไหมชนิดโลหะบริเวณใบหน้า
- ผู้ที่มีความผิดปกติในการรับความรู้สึก
สรุป Oligio ดีไหม? คุ้มค่าไหม?
หากคนไข้ต้องการยกกระชับผิวที่ปลอดภัย เจ็บน้อย และเห็นผลชัด รวดเร็ว Oligio ถือว่าเนตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติค่ะ
แต่ถ้าหากคนไข้มีผิวหย่อนคล้อยมากๆ ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานกว่า แนะนำเทคโนโลยีกระชับผิวอื่น ๆ เช่น Ulthera, Ultraformer III อาจจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนไข้มากกว่า
อย่างไรก็ตามแนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการและปลอดภัย เห็นผลชัดเจน หรือเข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำกับคุณหมอที่ อิลลูมคลินิก ก่อนได้ค่ะ ปรึกษาและประเมินสภาพผิวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
ILLUM–CURATED TREATMENTS
Pleonchit road, Lumpini,
Pathumwan, Bangkok 10330,





